กายภาพบำบัด ใน เชียงใหม่

ค้นหาคลินิก ที่ดีที่สุดสำหรับ กายภาพบำบัด ใน เชียงใหม่

กับ Mor Dee คุณสามารถค้นหา 2 สถานพยาบาลที่ให้บริการ กายภาพบำบัด ใน เชียงใหม่. ราคาที่ดีที่สุดตอนนี้คือ ฿1,281 - รีบจองด่วน!

กายภาพบำบัด ใน ประเทศไทย

ราคา: ฿ 500

กายภาพบำบัด ใน พัทยา

ราคา: ฿ 1,281

กายภาพบำบัด ใน กรุงเทพ

ราคา: ฿ 500

ดีลเด็ดสุดคุ้ม

ดีลเด็ดสุดคุ้ม

ดูทั้งหมด
เต๋าการ์เด้น เฮลธ์สปา แอนด์รีสอร์ท
3.9

เต๋าการ์เด้น เฮลธ์สปา แอนด์รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ดอยสะเก็ด, เชียงใหม่, ประเทศไทย ให้การรักษาด้าน กายภาพบำบัด โดยมีทั้งหมด 5 แบบการรักษา แยกเป็น 2 ประเภทความเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยราคาสำหรับการรักษา กายภาพบำบัด นี้เริ่มต้นที่ ฿1,300 บาท ซึ่งในขณะที่ราคาเฉลี่ยของทุกสถานพยาบาลในประเทศอยู่ที่ประมาณ ฿1,070 บาท โดยการรักษาในคลินิกนี้ จะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งมีแพทย์จำนวนกว่า 7 ท่าน ให้การรักษาอยู่ และ ซึ่งได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลของ รับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008

โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ตั้งอยู่ที่ เมืองเชียงใหม่, เชียงใหม่, ประเทศไทย ให้การรักษาด้าน กายภาพบำบัด โดยมีทั้งหมด 7 แบบการรักษา แยกเป็น 6 ประเภทความเชี่ยวชาญเฉพาะ ขณะนี้ที่ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ยังไม่มีข้อมูลราคาสำหรับ กายภาพบำบัด แต่คุณสามารถขอใบเสนอราคาได้ ซึ่งในขณะที่ราคาเฉลี่ยของทุกสถานพยาบาลในประเทศอยู่ที่ประมาณ ฿1,070 บาท ยังไม่มีข้อมูลสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และ ยังไม่ได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลใดๆ

    ทำไมต้อง Mordee?

    ที่Mor Dee, เราทำให้การได้รับข้อมูลและเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเรื่องง่าย. คุณสามารถ ค้นหา, เปรียบเทียบราคา, แลกเปลี่ยนความคิดเห็น, และ ทำการนัดหมาย สำหรับศัลยกรรมหรือการรักษาที่คุณสนใจได้ในที่เดียวกัน. เราทำให้คุณเข้าถึงสถานพยาบาลที่ดีที่สุดทั่วโลก, ให้คุณได้ประหยัดแรง ประหยัดเวลา ,และเป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย ฟรี, ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง, การันตี ไม่มีการบวกราคาเพิ่ม. แล้วคุณจะมัวรออะไร?

    Free
    ฟรี
    best price
    ราคาดีที่สุด
    easy selection
    ตัวเลือกเยอะที่สุด
    risk free
    ไม่มีความเสี่ยง

    สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ กายภาพบำบัด ใน เชียงใหม่

    กายภาพบำบัด (Physical Therapy) คือ เทคนิคต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการเสริมสร้างและฟื้นฟูความสามารถของร่างกายด้วย การประคบ การดึง การนวด และสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ อาการปวด ได้รับบาดเจ็บ หรือมีผลข้างเคียงจากการเจ็บป่วย ก็จะมีการบริหารร่างกายร่วมด้วย

    สำหรับการทำกายภาพบำบัดนั้น จะช่วยทำให้ร่างกายมีความสมดุล ล้ม ลื่น ได้ยากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด รวมถึงช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีจากการบาดเจ็บ ที่ไม่ว่าจะเป็น การผ่าตัด คลอดบุตร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และอาการออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วย ซึ่งออฟฟิศซินโดรม คือโรคที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมติดต่อการเป็นเวลานาน ทำให้มีอาการอักเสบ และเจ็บปวดของกล้ามเนื้อมัดดังกล่าว เช่น การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่ คอ เกิดการหดเกร็ง และอักเสบในที่สุด

    การรักษาพยาบาล/ศัลยกรรมนี้เกี่ยวเนื่องกับอะไรบ้าง?

    ขั้นตอนการทำกายภาพบำบัด

    ในขั้นตอนแรก นักกายภาพบำบัด จะทำการตรวจประเมินร่างกาย และวินิจฉัยโรคก่อนทำการรักษา หลังจากนั้น อธิบายถึงปัญหา รวมถึงแนวทางการรักษา ก่อนที่จะทำการรักษาโดยใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด และออกกำลังกายเพื่อปรับสมดุลกล้ามเนื้อ ดัดดึงกระดูก ตามปัญหาของแต่ละคน ซึ่งนักกายภาพบำบัด จะเป็นคนประเมินการรักษาให้เอง หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนสรุปปัญหาและทบทวนท่ากายบริหาร และปิดท้ายด้วย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยผ้าร้อนไฟฟ้า

    เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้ทำกายภาพบำบัด

    1. เครื่อง Ultrasound ช่วยซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็น รวมถึงช่วยคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการอักเสบ ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวที่มีช่วงความถี่ระหว่าง 0.75 - 3 เมกะเฮิรตซ์ 

    2. เครื่อง Shockwave กระตุ้นการสร้างหลอดเลือด ลดอาการปวดและเร่งกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยการทำให้เนื้อเยื่อเกิดการสั่นสะเทือน

    3. เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrotherapy) สามารถลดปวด กระตุ้นไฟฟ้าผ่านทางผิวหนังเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปยับยั้งการปวด

    โปรแกรมกายภาพบำบัด 1 ชั่วโมง ประกอบด้วย   

    1. Hot Compression ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่รัดตัวด้วยคลื่นความร้อน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพื่อเร่งการฟื้นฟู ผ่านการรักษาด้วยแผ่นประคบร้อน 

    2. Ultrasound Therapy ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ บรรเทาอาการปวด อาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ และระบบกระดูก ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ การหดรั้งของเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ นวดด้วยคลื่น Deep Ultrasound ซึ่งเป็นการรักษาด้วยคลื่นเหนือเสียง

    3. การรักษาด้วยการกระตุ้นไฟฟ้า ด้วยเครื่อง BTL ที่เป็นแบบ Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation (TENS) ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านผิวหนัง เพื่อลดอาการปวด

    4. โปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะรายบุคคล (Specific exercise) โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการในส่วนเดิมอีก 

    5. การรักษาโดยการนวดกดจุด (Manual technique) Trigger point สลายจุดกดเจ็บด้วย Manual technique

    ระยะเวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?

    สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น นักกายภาพบำบัดจะสอบถาม และประเมินอาการหลังการรักษา พร้อมนัดวันทำกายภาพบำบัดครั้งถัดไป

    การดูแลหลังเข้ารับการรักษา/ศัลยกรรม?

    ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด หลีกเลี่ยงการนั่งทำงานในท่าที่ผิดและท่าเดิมนาน ๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ นอกจากนี้ ยังสามารถนำท่าบริหารร่างกาย ไปปฏิบัติเองได้ที่บ้าน เพื่อเป็นการช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

    มีอัตราความสำเร็จมากแค่ไหน?

    การทำกายภาพบำบัด จะมุ่งเน้นที่การบรรเทาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการใช้ร่างกายของคุณ ช่วยฟื้นฟูให้ดีขึ้น อาการจะบรรเทาได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับความต่อเนื่อง และความหนักเบาของอาการ อย่างไรก็ตามจะต้องประเมินโดยนักกายภาพบำบัด

    ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอนี้ได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แต่ทางเราขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ของคุณ ก่อนเข้ารับการการบริการ/รักษาจากผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ท่านเลือก เนื้อหานี้อัปเดตล่าสุดเมื่อ 01/04/2022

    รีบใช่ไหม?

    ใส่สิ่งที่คุณต้องการค้นหาและคลิกสอบถามเพื่อ ติดต่อคลีนิกชั้นนำทั้งหมดของเรา

    กรุณาใส่การศัลยกรรม หรือการรักษา ที่ถูกต้อง

    สอบถามตอนนี้