ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา

เปรียบเทียบ ราคา, ค่าใช้จ่าย และรีวิว สำหรับ ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา

เปรียบเทียบ ราคา, ค่าใช้จ่าย และรีวิว สำหรับ ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา

ค้นหาคลินิก ที่ดีที่สุดสำหรับ ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา

กับ Mor Dee คุณสามารถค้นหา 1 สถานพยาบาลที่ให้บริการ ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา. ราคาที่ดีที่สุดตอนนี้คือ ฿400 - รีบจองด่วน!

ฉีดโบท็อกซ์ ใน ประเทศไทย

ราคา: ฿ 199

ฉีดโบท็อกซ์ ใน เชียงใหม่

ราคา: ฿ 400

ฉีดโบท็อกซ์ ใน พัทยา

ราคา: ฿ 199

เอเพ็กซ์ โปรฟาวด์ บิ้วตี้ - เซ็นทรัล โคราช ชั้น 3

เอเพ็กซ์ โปรฟาวด์ บิ้วตี้ - เซ็นทรัล โคราช ชั้น 3 ตั้งอยู่ที่ เมืองนครราชสีมา, นครราชสีมา, ประเทศไทย ให้การรักษาด้าน ฉีดโบท็อกซ์ โดยมีทั้งหมด 9 แบบการรักษา แยกเป็น 3 ประเภทความเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยราคาสำหรับการรักษา ฉีดโบท็อกซ์ นี้อยู่ที่ระหว่าง ฿400 บาท ถึง ฿400 บาท ซึ่งในขณะที่ราคาเฉลี่ยของทุกสถานพยาบาลในประเทศอยู่ที่ประมาณ ฿4,236 บาท ซึ่งการรักษาทั้งหมดในคลินิก จะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยกันดูแล ซึ่งมีทั้งหมด 2 ท่าน และ ยังไม่ได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลใดๆ

฿400 ฉีดโบท็อกซ์ ดูรายละเอียดและอ่านรีวิว โทรเลย

    ทำไมต้อง Mordee?

    ที่Mor Dee, เราทำให้การได้รับข้อมูลและเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเรื่องง่าย. คุณสามารถ ค้นหา, เปรียบเทียบราคา, แลกเปลี่ยนความคิดเห็น, และ ทำการนัดหมาย สำหรับศัลยกรรมหรือการรักษาที่คุณสนใจได้ในที่เดียวกัน. เราทำให้คุณเข้าถึงสถานพยาบาลที่ดีที่สุดทั่วโลก, ให้คุณได้ประหยัดแรง ประหยัดเวลา ,และเป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย ฟรี, ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง, การันตี ไม่มีการบวกราคาเพิ่ม. แล้วคุณจะมัวรออะไร?

    Free
    ฟรี
    best price
    ราคาดีที่สุด
    easy selection
    ตัวเลือกเยอะที่สุด
    risk free
    ไม่มีความเสี่ยง

    สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ ฉีดโบท็อกซ์ ใน นครราชสีมา

    Botox: Areas of Interest

    การฉีดโบท็อกซ์ เป็นการเสริมความงามให้แก่สาวๆที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย  มักได้รับความนิยมมากในบรรดาคนที่ต้องการให้ความสวยใสกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในประเทศไทยก็มีคลินิกเสริมความงามมากมายที่ให้บริการฉีดโบท็อกซ์และอีกทั้งสาวไทยก็ยังนิยมไป เสริมความงาม ที่เกาหลี อีกด้วย                

    โบท็อกซ์ คืออะไร?

    โบท็อกซ์ คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” เป็นยาที่ฉีดเข้าที่ผิวหนังเพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ซึ่งโบท็อกซ์จะมีกลไกเข้าไปลดริ้วรอย คือโบท็อกซ์จะช่วย ยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine และสารนี้จะทำให้กล้ามเนื้อบีบเกร็งตัว เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปแล้วจะยับยั้งการหลั่งสารนี้จะส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงและไม่บีบ รัดตัวมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น โบท็อกซ์จึงเป็นตัวที่สามารถลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อบีบตัวและการแสดงสีหน้าได้ การฉีดโบท็อกซ์ สามารถเห็นผลลัพธ์สำหรับ รอยตื้นๆได้ภายใน 2 – 3 วัน และจะเห็นผลประมาณ 7 – 14 วัน สำหรับรอยลึก และหลังการฉีดจะให้ผลอยู่ 6 – 8 เดือน

    โบท็อกซ์ (ฺBotox) หรือที่เรียกกับทั่วไปว่าการฉีดโบเป็นทางเลือกความสวยด้วยนวัฒกรรมสมัยใหม่โดยการใช้โปรตีนบริสุทธิ์ที่เรียกกันว่า โบทูลินุ่มท็อกซิน ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆบนใบหน้าได้อย่างตรงจุด ปัจจุบันโบท็อกซ์มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโบท็อกซ์ของอเมริกา เกาหลี อังกฤษ หรือเยอรมัน ซึ่งถ้าถามว่าจะฉีดโบท็อกซ์ของอะไรดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการตัดสินใจของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาโบท็อกซ์ โปรโมชั่น botox , การดื้อโบท็อกซ์ของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยโบท็อกซ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีดังนี้ 

    1.Premium American Toxin (Allergan)

    Botulinum toxin A เป็นสารที่ปลอดภัย เมื่อใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ ช่วยปรับกรอบหน้าได้รูป เรียวทันใจ ลบเลือนริ้วรอย ผิวอ่อนเยาว์ เป็นบริษัท original ของโบท็อกซ์ มีงานวิจัยรับรองกว่า 3,500 งานวิจัย และผ่านการพัฒนาเพื่อที่มีฉีดโบท็อกซ์ไปแล้วจะมีโอกาสดื้อโบท็อกซ์น้อยที่สุด และเห็นผลการรักษาดีที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ตัวยามีการกระจายตัวแคบที่สุด จึงให้ผลการรักษาที่แม่นยำ การฉีดโบท็อกอเมริกาเพื่อให้อยู่ได้นานและผลเป็นธรรมชาติที่สุด ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง สามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้แม่นยำ

    2.โบท็อกซ์อังกฤษ (Dysport) 

    เป็นโบท็อกซ์ที่ได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ช่วยกระตุ้นให้เกิดความยกกระชับจากภายในผิวหนังทั่วๆไปตามแนวที่ฉีด เนื่องจาก Dysport ทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหดตัวได้ในทุกบริเวณที่ฉีด จึงทำให้ได้ผลที่ออกมาสวย และหากฉีดที่กล้ามเนื้อก็สามารถคลายกล้ามเนื้อมัดที่ต้องการได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของโบท็อกซ์อังกฤษ คือเมื่อฉีดแล้วตัวยากระจายทั่วถึง ไม่กระจุกเป็นจุดแคบๆ เหมาะกับการฉีดลิฟหน้าด้วยเทคนิค dermolift เพื่อยกกระชับผิว สำหรับคนที่ต้องการลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติจะตึงขึ้นประมาณ 50% นอกจากนี้จะนิยมใช้ Dysport ฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดต้นแขน ลดน่อง

    3.โบท็อกซ์เกาหลี (Botulax) 

    Botox เกาหลี Botulax เป็นโบท็อกซ์ที่ผลิตในประเทศเกาหลีได้รับความนิยมจนขายดีทั้งในเกาหลีและในประเทศไทย  โบท็อกซ์เกาหลีมีคุณสมบัติเพื่อสำหรับเสริมความงามในการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย รอยย่นบริเวณหางตา หน้าผาก กระชับผิว และกรอบหน้า ให้กรอบหน้าชัด ผิวสวยเต่งตึง รูขุมขนดูตื้นขึ้นจนสัมผัสได้ อยู่ได้นาน 4-6 เดือน สลายหมด ไม่ตกค้าง สามารถนำไปใช้ร่วมกับคอลลาเจน ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ได้  Botulax มี คุณภาพใกล้เคียงกับ Allergan แต่ราคาถูกกว่า แบรนด์ของเกาหลีออกฤทธิ์ไวกว่าเล็กน้อย และระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อยเช่นกัน เมื่อเทียบกับแบรนด์ของอเมริกา

    4.โบท็อกซ์เยอรมัน (Xeomin)

    Xeomin คือสาร Botulinum toxin A ที่ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมัน โดยผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา ความพิเศษของ Xeomin คือมีส่วนประกอบเป็นสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ที่สามารถสกัดออกมาได้บริสุทธิ์ที่สุดในตอนนี้ ไม่มีคอมเพล็กซิ่ง รวมทั้งโปรตีน และเนื่องจากไม่มีสารแต่งเติมอื่นๆ จึงลดปัญหาการแพ้สาร และทำให้ไม่เกิดการดื้อต่อสารแม้จะฉีดบ่อยครั้งนั่นเอง โดยโบท็อกซ์เยอรมันจะเน้นพัฒนาโดยเอาข้อดีของ Allergan กับ Dysport มารวมกัน คุณสมบัติต่างๆ จึงอยู่กึ่งกลางระหว่างอเมริกากับอังกฤษ คือมีความบริสุทธิ์สูงและตัวยาจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป ทำให้ได้ผลที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ

    5.โบท็อกซ์นาโบตะ (Nabota Botox) 

    โบท็อกซ์นาโบตะคือ โบท็อกซ์เกาหลีที่โด่งดังเรื่องความบริสุทธิ์ ผู้ผลิตคือบริษัท DAEWOONG ซึ่งได้พัฒนาตัวยามานานกว่า 30 ปี จนคิดค้นเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะในการผลิตโบท็อกซ์ ทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% และยังเป็นโบท็อกซ์เกาหลียี่ห้อเดียวที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาจึงมั่นใจได้ว่าฉีดแล้วปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายแน่นอน การฉีดโบท็อกซ์ Nabota จะมีราคาเริ่มต้นที่ 5,999-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดยาที่ใช้ และปัญหาผิวของแต่ละคน 

    Mor Dee มี 1 สถานพยาบาลใน นครราชสีมา ที่ให้บริการ ฉีดโบท็อกซ์  - ดูด้านบนสำหรับรายชื่อทั้งหมด, พร้อมทั้งราคาโดยประมาณ. ราคาของ ฉีดโบท็อกซ์ แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละราย รวมทั้งจะถูกพิจารณาจากรูปของคนไข้ และจะถูกประเมินจากคุณหมอหลังเข้ารับการปรึกษา. ประเมินราคาของฉัน คลิกที่นี่เพื่อส่งข้อมูลส่วนตัวของคุณ

    การรักษาพยาบาล/ศัลยกรรมนี้เกี่ยวเนื่องกับอะไรบ้าง?

    รูปแบบการฉีดโบท็อกซ์มีอะไรบ้าง ? 

    การฉีดโบท็อกซ์เป็นการแก้ปัญหาอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าและร่างกายโดยบริเวณที่นิยมฉีดโบท็อกซ์ มักเป็นส่วนที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ได้แก่ หางตา หน้าผาก ระหว่างคิ้ว ที่ผิวเกิดรอยพับจากการแสดงสีหน้าหรืออารมณ์ต่างๆ รวมไปถึงการลดกราม ปรับหน้าเรียว ส่วนใหญ่ก็นิยมฉีดโบท็อกเพราะเห็นผลเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล จุดฉีดโบท็อกซ์ที่นิยมมีดังนี้

    • ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก/หว่างคิ้ว 

    การฉีด Botox หน้าผาก และหว่างคิ้วนี้ เพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่น จะเน้นฉีดเพื่อให้ผิวบริเวณหน้าผากมีความกระชับมากขึ้น และจะช่วยให้คิ้วดูยกขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติไม่แข็งตึง ซึ่งคิ้วจะไม่ยกขึ้นมากอย่างที่คนไข้คาดการณ์ไว้ จำนวน UNITS ที่แนะนำในการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก = 10-30 Units รอยย่นระหว่างคิ้ว = 10-25 Units

    • ฉีดโบท็อกซ์หางตา  

    การฉีดโบหางตาเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ตีนกา รอยเหี่ยวย่น จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เกิดการคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นผลภายใน 5-7 วันหลังทำ สามารถช่วยในการลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา รวมถึงรอยตีนกา ทำให้ใบหน้าดูกระชับเรียบเนียน ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้  จำนวน UNITS ที่แนะนำในการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหางตา = 5-15 Units

    • ฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้า 

    การฉีดโบท็อกซ์บริเวณกรอบหน้าจะช่วยให้ผิวบริเวณรอบๆ กรอบหน้ายกกระชับขึ้น ทำให้เห็นรูปหน้าคมขึ้น สวยขึ้น การฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า จะฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณส่วนคอ ด้วยวิธีการฉีดที่บริเวณกรอบหน้า และใต้คาง เพื่อจะได้ดึงแก้มให้น้อยลงและยกกระชับหน้า (ลิฟท์หน้า) นิยมทำร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

    • ฉีดโบท็อกซ์รักแร้  

    การฉีดเข้าไปที่บริเวณรักแร้ จะทำการฉีดด้วยสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin type A) ข้างละ 100 ยูนิต จำนวน 20-30 จุด เพื่อไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกาย บริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง ช่วยให้สามารถลดปริมาณเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้มากกว่า 80% นอกจากนี้ การฉีดโบท็อกรักแร้ สามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว อันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

    • ฉีดโบท็อกซ์ปีกจมูก 

    การฉีดโบท็อกลดปีกจมูก ช่วยปรับจมูกให้เข้ารูปขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการจะปรับรูปทรงปีกจมูกให้ดูแคบลง ลดขนาดปีกจมูก แต่ไม่อยากเสี่ยงเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรม จำนวน UNITS ที่แนะนำในการฉีดโบท็อก รอยย่นข้างจมูก = 5-10 Units

    • ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม 

    การฉีด Botox ลดกราม จะช่วยให้กล้ามเนื้อกรามคลายตัวและอ่อนแรงลง หดเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น และเล็กลง ปรับหน้าให้เป็นรูปวีเชพ  คงผลอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งสามารถทำการฉีดซ้ำได้อีก เพื่อคงสภาพต่อเนื่อง จำนวน UNITS ที่แนะนำในการฉีดโบท็อก กราม/กรอบหน้า = 40-60 Units

    • ฉีกโบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม

    การฉีดโบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง โหนกแก้มจึงมีขนาดเล็กลงได้ ก่อนตัดสินใจฉีดคนไข้ควรปรึกษาหมอที่มีความชำนาญด้านการปรับรูปหน้าประเมินก่อนว่าโหนกแก้มที่ใหญ่นั้นเกิดจากอะไร เช่น กล้ามเนื้อ กระดูก หรือไขมัน เพื่อแนะนำและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

    • ฉีดโบท็อกซ์คอ 

    การฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอจะช่วย ลดรอยเหี่ยวย่นหรือ รอยปล้องๆ ที่ลำคอได้ ทำให้คอดูเรียบเนียนขึ้น และทำให้ผิวบริเวณลำคอมีความกระชับขึ้น จำนวน UNITS ที่แนะนำในการฉีดโบท็อกซ์รอยย่นบริเวณลำคอ 25-50 Units

    • ฉีดโบท็อกซ์ฝ่ามือ/ฝ่าเท้า  

    การฉีดโบท็อกซ์บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า สำหรับคนที่มีเหงื่ออีกบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าเยอะ จะลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้สามารถลดปริมาณเหงื่อออกที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า และยังช่วยลดแบคทีเรียจากมือและเท้าได้อีกด้วย 

    • ฉีดโบท็อกซ์น่องขา 

    ฉีดโบท็อกซ์น่องเป็นการฉีด Botox ไปยังกล้ามเนื้อ (Gastrocnemius) บริเวณน่อง เพื่อให้ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อน่องที่ใหญ่มีขนาดเล็กลง คล้ายกับลดขนาดกล้ามเนื้อกรามให้หน้าเรียว

    • ฉีดโบท็อกซ์แขน

    การฉีดโบท็อกซ์แขนเหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อแขนใหญ่เป็นมัด หรือกล้ามเนื้อปูดออกมาชัดเจน แต่หากแขนใหญ่ด้วยไขมันสามารถทำได้โดยการฉีดยาสลายไขมันที่เรียกว่า lipo V  ตัวยาจะเข้าไปสลายไขมันที่สะสมบริเวณแขนที่เป็นก้อนให้แตกตัว จากนั้นจะค่อย ๆ ถูกขับออกทางเหงื่อ และปัสสาวะ ระยะเวลาเห็นผลประมาณ 7-14 วันหลังฉีด สามารถทำซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีได้ทุก 7 วัน 

    ฉีดโบท๊อกซ์ ดีอย่างไร?

    1. ช่วยฟื้นฟูผิว การฉีดโบท๊อกซ์ ร่วมกับ คอลลาเจน จะทำให้ ผิวใสขึ้น ผิวตึงกระชับ แต่ก็ไม่ได้ ทำให้เกิด อันตราย ได้ใน ระยะยาว ซึ่งใช้เวลา ในการฉีด แค่ 5- 10 นาทีต่อจุด หลังการจาก การฉีด สามารถ กลับได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น

    2. ช่วยลดริ้วรอย ซึ่งจะเริ่มเห็นผล ได้ภายใน 3-7 วัน กลไกลของ โบท็อกซ์ จะออกฤทธิ์ ทำให้กล้ามเนื้อ ขยับได้น้อยลง ริ้วรอย บนใบหน้า จึงค่อย ๆ เลือนหาย ฉีดลงไป ตรงบริเวณ ริ้วรอย บนใบหน้า ที่ใช้แสดงอารมณ์ เช่น ตีนกา เส้นที่หน้าผาก รอยขมวดคิ้ว ทำให้ดู อ่อนวัย กว่าเดิม

    3. ช่วยปรับรูปหน้า ซึ่งจะเริ่ม เห็นผล ภายใน 1-2 เดือน กลไกของ โบท็อกซ์ จะออกฤทธิ์ ทำให้กล้ามเนื้อ เล็กลง เพราะเมื้อ กล้ามเนื้อ ไม่ได้ ขยับเขยื้อน จะมีขนาด เล็กลง ตามธรรมชาติ ฉีดตรง แก้ม แนวขากรรไกร เพื่อทำให้ ใบหน้าเรียวขึ้น และเล็กลง

    4. เป็นยารักษา โรคไมเกรน อย่างที่ทราบกัน ในข้างต้น ว่าโบท็อกซ์ จะไปหยุด การทำงาน ของเส้นประสาท ที่ส่งสัญญาณ ความปวด ต่อสมอง แต่ทั้งนี้ การที่จะใช้ โบท็อกซ์ เพื่อรักษา อาการปวด ของไมเกรน จะต้องอยู่ภายใต้ การดูแล รักษา จากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ

    ฉีดโบท็อกซ์ มีผลข้างเคียงไหม?

    ยังไม่มี รายงานผล เกี่ยวกับ ผลข้างเคียง ถาวร สำหรับ การฉีดโบท็อกซ์ หากเป็นโบท็อกซ์แท้ ที่มีคุณภาพมาตรฐาน

    ซึ่งหากเป็นโบท็อกซ์แท้ ที่ได้มาตรฐาน จะสลายได้เอง และมี ความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง

    นอกเหนือจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ที่ฉีดโบท็อกซ์ให้ หากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนฉีดให้ และใช้เทคนิค ที่ถูกต้อง ปริมาณ และขนาด ที่เหมาะสม จะไม่มี ผลข้างเคียง หรือเป็นอันตราย

    โบท๊อกซ์ มีข้อเสีย อะไรบ้าง?

    ให้ผลเพียง ระยะสั้น ซึ่งการฉีด โบท็อกซ์นั้น จะให้ผลเพียง 6-8 เดือน เท่านั้น และริ้วรอย จะค่อย ๆ กลับมาใหม่ ไม่สามารถ ทำให้ ริ้วรอยหายไป ได้อย่างถาวร

    ราคาแพง เนื่องจาก การฉีดโบท็อกซ์ นั้นไม่สามารถ อยู่ได้ อย่างถาวร จะต้องฉีดเรื่อย ๆ และแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่าย ก็ค่อนข้างสูง ซึ่งบางที่ อาจมี ค่าบริการ สูงถึง 20,000 บาท

     

    ระยะเวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?

    เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติจากการฉีดโบท๊อกซ์ เพียงแต่หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหรือการออกกำลังกาย อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และอาจจะมีรอยบวมแดง หรือช้ำในวันแรก 

    ดังนั้นการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงอาจช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว และควรหลีกเลี่ยงความร้อนในช่วง 24 ชั่วโมง เช่น การอาบน้ำร้อน แช่น้ำอุ่น อาบแดด หรือกิจกรรมต่างๆที่อาจทำให้เกิดรอยช้ำ

    การดูแลหลังเข้ารับการรักษา/ศัลยกรรม?

    ควรหลีกเลี่ยงการถู จับ หรือนวด บริเวณที่ฉีดโบท๊อกซ์อย่างน้อย 12-24 ชัวโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้โบท๊อกซ์กระจายไปยังตำแหน่งอื่นโดยไม่ตั้งใจและอาจทำให้ประสาทสัมผัสบริเวณนั้นเสียหรือได้ผลลัพธ์อย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ

    พยายามออกกำลังกายแบบเบาถึงกลางๆ และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก และไม่ควรทำทรีทเม้นท์อย่างอื่นโดยทันที เช่น ทรีทเม้นท์ดูแลผิวหน้าต่างๆ ทรีทเม้นท์ผลัดเซลล์ผิว และกรอผิว อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีดโบท๊อกซ์

    ควรนอนหงายในช่วงแรก และหากมีอาการปวดหลังจากฉีดโบท๊อกให้สอบถามแพทย์ว่าสามารถทายาทั่วไปได้หรือไม่ แต่โดยทั่วไปแพทย์มักจะจ่ายยาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนไข้ต้องทานยาที่รุนแรงเพื่อลดอาการปวด หรือสามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการช้ำ แต่ต้องสอบถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง

    มีอัตราความสำเร็จมากแค่ไหน?

    อัตราผลสำเร็จของการฉีดโบท๊อกนั้นมีสูงมาก หากแต่ให้ผลเพียง ระยะสั้น ซึ่งการฉีด โบท็อกซ์นั้น จะให้ผลเพียง 6-8 เดือน เท่านั้น และริ้วรอย จะค่อย ๆ กลับมาใหม่ ไม่สามารถ ทำให้ ริ้วรอยหายไป ได้อย่างถาวร และต้องกลับมาฉีดซ้ำ

    ผลค้างเคียงต่างๆหลังการรักษา

    • มีอาการบวมช้ำและปวดบริเวณที่ฉีด
    • อาการปวดหัว
    • เปลือกตาหย่อน
    • ยิ้มเบี้ยวหรือน้ำลายไหล
    • น้ำตาไหลตลอกเวลา
    • วิงเวียน
    • คลื่นไส้เล็กน้อย
    • กล้ามเนื้อคออ่อนแอ
    • การเห็นภาพซ้อน
    • ลมพิษและผื่นคัน

    ในกรณีที่หายาก การฉีดโบท๊อกซ์สามารถแพร่กระจายไปตามร่างกายของคุณและอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงปัญหาการหายใจปัญหาในการพูดหรือการกลืนและการสูญเสียการควบคุม กระเพาะปัสสาวะ หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นคุณจะต้องโทรหาแพทย์ของคุณทันที

    ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอนี้ได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แต่ทางเราขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ของคุณ ก่อนเข้ารับการการบริการ/รักษาจากผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ท่านเลือก เนื้อหานี้อัปเดตล่าสุดเมื่อ 08/01/2021

    รีบใช่ไหม?

    ใส่สิ่งที่คุณต้องการค้นหาและคลิกสอบถามเพื่อ ติดต่อคลีนิกชั้นนำทั้งหมดของเรา

    กรุณาใส่การศัลยกรรม หรือการรักษา ที่ถูกต้อง

    สอบถามตอนนี้